posted on 25 Dec 2009 23:12 by doongdrink in Diary
หลังจากกลับจากโรงเรียนมาวันนี้ 3 ขวบ กว่าๆแล้วไปโรงเรียนมานะคะ ดูสิป้าเปิ้ล
กำกับอยุ่ด้านหลังให้ยิ้มๆๆๆๆ
กว่าจะยิ้มได้ขนาดนี้ก็นานนะคะ รูปนี้นะ แสงน้อยไปหน่อยค่ะ
กับป้าจ๋า ยิ้มไม่ได้สักที อ้าปากซะ......
ให้ยิ้มก้อไม่ยิ้มดูสิเนี่ย.....
posted on 17 Jul 2009 13:15 by doongdrink in Diary
กับมดก่อนมดจะย้ายไปกำแพงเพชร
ถึงพ่อแม่พี่น้องและญาติๆทั้งหลาย
นานแล้วนะ ไม่พี่ไม่ได้เขียนอัพเดทข่าวคราวบ้านเรา ครอบครัวเรา รวมถึงเจ้าตัวเล็ก ที่ตัวไม่เล็กเหมือนก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเด็ก 2 ขวบครึ่งจะกล้าหาญชาญชัยได้ขนาดนี้ อาทิตย์นี้พี่พึ่งกลับมาจากทำงาน งานก็เยอะ เพราะว่าไข้หวัดระบาด ที่ รพ.ไหนๆก็คงงานเยอะเหมือนกันนั่นแหละ หวังว่าน้องๆคงสบายกันดี อย่าให้เป็นหวัดล่ะ เป็นห่วงน้องๆนะจ๊ะ
ทีแรกพี่ก็คิดว่า พี่เองหรือเปล่าที่สอนให้ยิ้มแบบนี้เพราะว่าเหมือนจะกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้วล่ะ สำหรับเด็กน้อยคนนี้ ไม่น่าเชื่อว่า 2 ขวบ ครึ่ง จะทำอะไรได้เยอะมากมายเหมือนที่เราเห็นๆ กันนะ แต่เชื่อเถอะว่า ต้องมาดูให้เห็นกับตา แล้วจะรู้ว่า เขาก็เหมือนฟองน้ำ ที่พร้อมจะซึมซับทุกอย่างจากคนรอบๆตัว บางครั้งก็ไม่สามารถแยกได้ว่าอะไรดีไม่ดี..อิอิอิ บางทีก็เหมือนกระจก ที่ทำทุกอย่างเหมือนที่เราทำ อันนี้พี่ว่า จริงๆมันเป็นอย่างนั้น
เดี๋ยวนี้ จะบอกยากเพราะว่าจะห่วงเล่นมากๆ ไม่กลัวว่าจะตากฝน แล้วจะไม่สบาย พี่เรียกว่า ดื้อแบบมึนๆแหละ ไม่ฟังว่าใครจะเรียก ไม่ว่าจะเป็นตา หรือยาย ไม่เหมือนตอนที่ยายไปนอนอยู่โรงพยาบาลดูเหมือนว่าจะจะว่านอนสอนง่าย แต่การที่พี่ต้องเลี้ยงเด็กแค่ไม่กี่วัน บอกได้เลยว่า เป็นงานที่เหนื่อยเอาการ มากกว่างานที่ทำซะอีก เอิ๊กๆๆ ยังสงสัยว่าคนที่เลี้ยง นั่นก็คือ ยายเค้าจะเหนื่อยแค่ไหน แล้วพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาจะเหนื่อยแค่ไหน ....อิอิอิ
เอามาลงหลายรูปๆ เผื่อว่าให้พอหายคิดถึงกันบ้าง หรือว่าจะคิดถึงมากขึ้นก็ไม่รู้เหมือนกัน โอ๊ยๆๆๆ ตาจ่าหอมแก้ม เค้าบอกว่า โอย ตาไม่ชอบนะ 55555 เดี๋ยวนี้เล่นตัวมากๆ
สารพัดรูป นี่เค้าก้มานั่งดูพี่อัพบล๊อกนะ ทำหน้าเหมือนที่ถ่ายรูปเลย 5555
ตาจ๋าขอกอด ก็บอก รำคาญ โห........ ไม่รู้เอาคำพวกนี้มาจากไหน
ยิ้มนี้เพื่อเธอ....
และที่เห็นแล้วฮามากก็คือ ทรงผมแนวใหม่ ที่ไปได้มาจากบ้านน้องแม็ค เดินไปเจอกรรไกร เอามาตัดหน้าม้า ออกซะงั้น รูปนี้เป็นครั้งแรกที่ถ่ายเอาไว้ ล่าสุดเห็นว่ายังมีไปตัดเองอีก นิดหน่อย อิอิอิ สงสัยจะรำคาญหน้าม้าพี่ยังหารูปในชุดนักเรียนยังไม่เจอ ไม่ค่อยเห้นใส่ เพราะว่าเธอไม่ยอมไปโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากไป พอไปคนไปส่งก็กลับบ้าน
ดิ้งคิดถึงยายน่ะ......คิดถึงตาน่ะ คิดถึงป้าเปิ้ลน่ะ
เลยไม่ได้ไปโรงเรียนสักที แต่สำหรับเด็ก 2 ขวบ 8 เดือน คงไม่ช้าไปหรอก ถ้าหากจะไปปีถัดไป
posted on 05 Feb 2009 19:20 by doongdrink in murmur
เสียงจากผู้ใหญ่ คนโน้นคนนี้คอยบอกดริ๊งไม่ทำโน่น ทำนี่ตลอดเวลานั่นแหละค่ะ ป้าจ๋าเองก็ใช่ว่าจะไม่พูด
ก็จะให้ทำยังไง ในเมื่อหลานสาวซนเหลือเกิน อะไรที่เป็นอันตรายก็อยากจะเล่น อยากจะทำซะหมด
ครั้นป้าจ๋าหรือใครๆจะไม่ห้ามซะเลย มันก็ดูเหมือนว่าไม่ห่วงใย แต่พอห้ามกันมากไปก็เหมือนขัดใจ
แต่จะว่าไปแล้ว ถ้ามองอีกมุมการให้กริ๊งได้ทำอะไรที่อยากทำ เหมือนเป็นการให้เรียนรู้และจดจำว่าอะไร
ควรทำไม่ควรทำ แต่เด็กก็คือเด็ก ยังคิดอะไรไม่ได้หรอกค่ะ แต่เขาอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงห้าม
ป้าจ๋าเองห้ามบ้างแต่ก็อธิบายเหตุผล ป้าจ่ารู้ว่า บางทีด้วยอายุขนาดนี้หลานสาวไม่เข้าใจหรอกค่ะว่า
เหตุผลมันคืออะไร แต่หลานสาวก็ฟังไปอย่างนั้นเอง หลานสาวเริ่มคุยเก่ง และมีคำถามมากขึ้นค่ะ
ถ้าเราใส่ใจฟังเขา อธิบายให้เขาฟัง แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่นานๆไปป้าจ๋าคิดว่า มันจะค่อยๆซึมซับไปค่ะ
ป้าจ๋าไม่ค่อยได้เจอหลานสาวบ่อยนะคะ ช่วงนี้เพราะว่างานยุ่งมากจนไม่ค่อยได้หลับไปเจอกันค่ะ
แต่ก็สัญญาว่า พอเรากลับไปเจอกัน เหมือนเดิมค่ะ อะไรที่เคยทำเราก็ไปทำกันเหมอืนเดิม
แต่ขอร้องเวลาเข้ามากอดด้วยใจพิศวาสอยากจะกอดล่ะก้อ เบาๆนิดนึงนะคะลูก หลานสาวป้าจ๋า
แรงเยอะมากค่ะ บางทีป้าจ๋าหายใจไม่ออกค่ะ อิอิอิ
แต่กอดกันบ่อยๆก็ดีค่ะ ป้าจ๋าชอบ อุ่นดี ถึงมันจะร้อนแล้วก็ตามทีเถอะ อ้อ...ป้าจ๋าอยากรู้ว่าหลานสาว
ยังเห่อ boxer มากมายอยู่หรือเปล่า ไว้กลับไปป้าจ๋าจะซื้อให้ใหม่นะคะ
คิดถึงมากมาย
ป้าจ๋าเอง
ปล.ป้าจ๋าจะพยายามไม่ห้ามหนูเยอะนะคะ อย่า อย่า อย่า ไม่ดีเนอะ..

posted on 24 Jan 2009 19:59 by doongdrink in Gossip
ถึงหลานสาวจอมซ่าของดิฉันจะน่ารักน่าชังไม่หยอกซะขนาดนี้ พูดจาไพเราะเสนาะหู ตาจ๋า ยายจ๋า ป้าจ๋า ทุกทุกวันนะคะ แต่บางสิ่งบางอย่างเนี่ย มันคงถ่ายทอดมาทางกรรมพันธุ์ค่ะ อันนี้ถึงแม้ว่าป้าจ๋าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เถอะค่ะ แต่บางอย่างเนี่ยมันพิสูจนกันไม่ได้ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องไม่กินผักที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะว่าตั้งแต่เล็กๆเธอก็ทานทุกอย่างที่เราให้เธอทานค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักเป็นผลไม้อะไรก็ตามค่ะ แต่เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่ออายุเธอได้ 2 ขวบปีค่ะ อะไรที่เคยง่ายกลับยาก อะไรที่เป็นปัญหากลับไม่เป็นปัญหา งงๆใช่ไหมล่ะคะ ดิฉันพูดถึงนิสัยการทานผักของหลานสาวค่ะ มันถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ของเธอค่ะ ด้วยพ่อแม่ของหลานสาวดิฉันเนี่ย ไม่ทานผักชี ต้นหอม อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ หลานสาวของดิฉันมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะค่ะ
เมื่อหลานสาวหลายเป็นคนช่างเลือก ผู้เลี้ยงดู นั่นก็คือ ยายจ๋าก็จะเป็นคนแรกๆที่จะสังเกตเห็นค่ะ เริ่มจาก ไม่ทานผักชี รวมถึงผักทุกชนิดที่เคยทานเธอก็ไม่ทานค่ะ หมูเธอก็ไม่ค่อยทาน แม้แต่แครอทชิ้นเล็กๆในไข่ตุ๋นก็ตาม กินไข่ขาวไม่กินไข่แดง ไม่ิกินตับ ไม่กินอะไรที่มันสีดำ เน้นค่ะอะไรที่เป็นสีดำ เธอก็จะไม่ทานค่ะ
แต่ถึงจะมีเรื่องยุ่งยากในหลายๆอย่างก็ตามทีเถอะนะคะ แต่ก็มีเรื่องดีๆอีกหลายอย่างจากหลานสาวจอมซ่า............ของดิฉันนะคะ ในความซ่าแสบน่ารักของเธอเนี่ย นิสัยหลายอย่างที่หลานสาวได้จากการเลี้ยงดูของบรรดาตายายและป้าๆทั้งหลายนี่ย หลานสาวของดิฉันก็เป็นหนึ่งในศุนย์รวมใจของพวกเราค่ะ เป็นสีสันของชีวิต และดิฉันชอบเวลาที่หลานสาวเรียกหาตายาย และแม้แต่ตัวดิฉันเองค่ะ เพราะว่าเธอจะพูดจาได้ไพเราะเสนาะหูมาก ไม่ว่าเวลาโกรธ ร้องไห้ เศร้า หรือว่า ทะเลาะอะไรกับใครก็ตามที นี่แหละค่ะเป็นอะไรที่ได้จากการอบรมเลี้ยงดูค่ะ ......อิอิอิ
และนี่ก็คือคู่กัดที่สมน้ำสมเนื้อกันค่ะ เจอหน้ากันเมื่อไหร่ไม่มีเสียงทะเลาะกัน โช้งเช้ง โว้งเว้ง แล้วล่ะก็ ผิดยี่ห้อหลานสาวดิฉันค่ะ เพราะว่ากับน้ามดเนี่ย เป็นอะไรที่เหมือนไฟกับน้ำมันค่ะเค้าก็รักกันดีค่ะ แต่้ว่าก็ต้องทะเลาะกันก่อนค่ะ นิดๆหน่อยๆก็ยังดีค่ะ แค่เจอหน้ากันน้ามดขอหมอนิดหอมหน่อยล่ะก็ หลานสาวจอมซ่าจะทำเล่นตัวตลอดค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทีกับตากับยาย กับป้าๆนะคะ เกินมาเข้ามาหอม มากอดตาจ๋า ยายจ๋า ป้าจ๋า จนเราต้องบอกว่าดริ๊งอย่ากอดได้ไหมลูก ทำงานอยู่ แต่ไม่เคยฟังค่ะ กอดอยู่นั่นแหละค่ะ จนกว่าจะเลิกสนเราไปสนใจอย่างอื่นแทนค่ะ
ส่วนเด็กชายเล็กๆคนนี้ คือ พี่นิวค่ะ เป็นเพื่อนกันกับหลานสาวจอมซ่าค่ะ ถึงจะอายุมากกว่าหลานสาวดิฉันหลายปีแต่ด้วยความที่ว่าตัวเท่าๆกัน หรือว่าบางทีหลานสาวดิฉันจะตัวโตกว่า เวลาเล่นอะไรกันแล้วเกิดขัดใจกันขึ้นมาแล้วล่ะก็ พี่นิวทำอะไรเจ้าตัวเล็กหลานสาวจอมซ่าไม่ได้หรอกค่ะ ถึงตัวเล็กจะร้องไห้ แต่พี่นิวก็ไม่สบอารมณ์กลับบ้านไปเสียทุกทีไป
พูดถึงความช่างเลือกของหลานสาวจอมซ่าแ้ล้วล่ะก็ ดิฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าเมื่อเธอค่อยๆเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ดิฉันจะได้เห็นอะไรอีกเยอะแยะมากมายค่ะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ ที่เราได้มองเห็นชีวิตเล็กๆค่อยๆเติบโตทีละเล็กละน้อยค่ะ จากการได้เห็นหลานสาวคนนี้มาตั้งแต่เล็ก ทำให้ป้าจ๋าอย่างดิฉันรู้ซึ้งเลยว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปค่ะ ถ้าเราเอาใจใส่และคอยให้ความรักความอบอุ่นกับเขา ไม่ให้เขารู้สึกว่าเขาขาดอะไรไปนั่นก็เป็นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ
ดิฉันเป็นป้าจ๋า แล้วดิฉันก็เจอหลานสาวแค่เดือนละไม่กี่วัน เนื่องด้วยงานที่ทำไม่เอื้ออำนวยให้อยู่กับเธอได้ทุกวันค่ะ แต่ความสนิทสนมของเราก็ไม่ได้จืดจางไปค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่กลับมาบ้าน อาจจะเดือนละครั้งหรือ 2 ครั้ง ครั้งละหลายๆวัน ดิฉันก็เหมือนป้าที่ค่อนข้างจะตามใจหลานสาวมากกว่าจะขัดใจค่ะ ด้วยความช่างคุย ช่างฉอเลาะของหลานสาวในวัยนี้ ทำให้ดิฉันหลงรักหลานสาวคนนี้เข้าอย่างเต็มหัวใจเลยค่ะ
posted on 21 Jan 2009 21:07 by doongdrink in Diary
นานมากแล้วที่ป้าจ๋าไม่ได้เขียนถึงหลานสาวตัวน้อย ที่ดูจะตัวไม่น้อยเท่าไหร่แล้วนะคะ
เพราะว่าด้วยวัย 2 ขวบเศษ ทั้งนิสัยใจคอและความช่างพูดของหลานสาวทำให้อดใจไม่ไหว
เดี๋ยวนี้นอกจากจะคุยเก่งแล้ว เธอยังมีภาษาเฉพาะของเธอที่ถ้าเราอยู่ด้วยเราต้องพยายามทำความเข้าใจกับเธอให้ได้ค่ะ ป้าจ่าเอง เดือนนึงจะเจอเธอหนึ่งครั้ง ในวันหยุดที่กลับบ้าน นอกจากเธอจะพูดจาฉะฉานเสียงดัง และตัวโตกว่าเด็กวัยเียวกันแล้วนั้น ป้าจ๋าก็เห็นว่าเธอจะมีอีกมุมที่ยังคงเห็นได้เสมอ นั่นคือ ถ้าเราไม่เจอกันนานๆ เธอจะเป้นเหมือนคนขี้อายไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ป้าจ๋าจะใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีในการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเรา อิอิอิ
สำหรับป้าจ๋าแล้ว เจ้าตัวเล็กคนนี้เป็นเหมือนแรงใจ กำลังใจหลายอย่างๆค่ะ บอกม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม ทีแรกป้าจ๋าก็มองว่ามันเป็นอาการเห่อหลานที่นานๆไปคงค่อยจางหายไปค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มันยิ่งเพิ่มค่ะ เหมือนความรักมันค่อยๆเพิ่มเติมขึ้นทุกวันค่ะ ป้าจ๋าเองใช่ว่าไม่เคยมีหลานสาวนะคะ แต่อาจะเป็นเพราะว่าสำหรับเจ้าตัวเล็กคนนี้ ป้าจ๋าเห้นมาตั้งแต่เล็กๆเลยล่ะค่ะ การค่อยๆเห็นเค้าค่อยๆเติบโตทีละน้อย มันค่อยๆเราเห็นพัฒนาการในทุกๆด้านของเขามั๊งคะ
ตอนนี้ที่เจ้าตัวเล็กยังไม่ทำให้ชื่นใจก็คือ การคุยโทรศัพท์ค่ะ เวลาเธออยากจะคุยเธอก็จะบอกค่ะ แต่พอเราคุยเธอกลับไม่คุยค่ะ เธอจะฟังเรามากกว่าค่ะ ฟังแบบเงียบๆ ซึ่งป้าจ๋าคิดว่าพอโตขึ้นมากกว่านี้ อาจจะพัฒนาขึ้นได้ค่ะ นิสัยหลายอย่างๆ เรียกว่าไม่ได้อยากให้มีแต่ก็มีมาค่ะ เช่น ชอบเล่นน้ำลายค่ะ แต่การทักทายระหว่างป้าจ๋ากับหลานสาวยังเหมือนเดิมค่ะ เจอกันต้องกอดกันก่อน แล้วก้อจุ๊บๆค่ะ ที่ปากด้วยนะคะ รายนนี้พิเศษค่ะ เดี่๋ยวนี้ยิ่งตอนไหนรักป้าจ๋ามากหน่อยนอกจากจุ๊บกันแล้วก็หอมซะจนจะหายเข้าไปในแก้มป้าจ๋าซะงั้นค่ะ เป็นการแสดงออกที่จริงใจของเด็กเล็กค่ะ ที่ไม่เสแสร้ง แกล้งทำค่ะ นั่นเป็นสิ่งที่ป้าจ๋า ชอบค่ะ ไม่เหมือนผู้ใหญ่ พอโตขึ้นเริ่มมีกรอบกั้นเอาไว้ แบบ รักนะ แต่ไม่แสดงออกอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ ดังนั้นป้าจ๋ารักเด็กดีกว่าค่ะ อิอิอิ อย่างนี้สิ รักก็บอกว่ารัก
ปล.คุณแม่ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ ถึงยังไงลูกสาวคุณแม่ก็รักทุกคนล่ะค่ะ