ห่างหายไปนานไม่ได้มาอัพอะไรเลยช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ป้าจ๋ายุ่งๆเรื่องงานน่ะค่ะ ตอนนี้อะไรต่างๆเริ่มลงตัวแล้วนะ ช่วงนี้หลานสาวของป้า พูดเก่งขึ้น สามารถบอกอะไรได้เยอะกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ก็ตอนนี้หลานสาวป้า อายุขวบครึ่งแล้วนี่คะ สูงก็ใกล้ๆ 100 เซนติเมตรแล้ว และที่เด่นชัดคือ ตัวหนักตั้ง 14 กิโลกรัมแล้ว เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันคงจะไม่อุ้มแล้วล่ะนะ เดินไปด้วยกันดีกว่าเนอะ เพราะว่าหลานสาววิ่งไวใช่เล่นค่ะ
ดูหน้าตาที่เห็นนี่ก็ไปเล่นกับน้ามด ปกติไม่ค่อยจะอยู่นิ่ง แล้วก็เป็นเหมือนเหมือนหมากับแมวที่อยู่ใกล้กันไม่ได้ซะงั้น แต่พอเรื่องทาหน้า ทาแป้งล่ะก็ งานนี้หลานสาวคนนี้ไม่มีถอยเลยนะคะ เห็นตาม่วงๆนั่นก็ถูกจับแต่งหน้าแบบยินยอมพร้อมใจดี โดยไม่ต้องบอกให้นิ่ง หลานสาวเธอชอบไปส่องกระจกค่ะ
ป้าจ๋าเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการใกล้ชิดกับหลานสาวคนนี้นะคะเนี่ย อย่างเช่น ถ้าพาเด็กไปฉีดวัคซีนแล้ว เด็กๆมักจะมีไข้ต่ำๆ บางครั้งก็จะต้องให้กินยาลดไข้ หลังจากฉีดวัคซีน ล่าสุดไปฉีดวัคซีนมาหมอฉีดที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง กลับมาร้องไห้ ชี้ให้ดูที่ถูกฉีดยาเป็นรอยเข็มให้เห็นเลยค่ะ เห็นแล้วน่าสงสารค่ะ แต่ก็ยังเห็นวิ่งเล่นได่ตามปกติ มีกลางคืนที่จะมีไข้นิดหน่อยก็ให้ทานยาค่ะ
ป้าจ๋าเจอหน้าหลานสาวบ่อยกว่าพ่อแม่ของหลานสาวอีกนะคะ เพราะว่าทำงานไม่ห่างจากบ้านเหมือนพ่อกับแม่ของหลานสาว เดือนนึงเจอกัน 2 ครั้ง ครั้งละ 4-5 วัน บ่อยจนคนแถวบ้านถามว่าไม่ได้ทำงานแล้วเหรอเจอบ่อยจัง ต่อไปจะเจอบ่อยกว่านี้อีกค่ะ เพราะว่าจะหยุดบ่อยกว่าเดิมไม่ต้องทำงานเยอะเหมือนก่อนค่ะ
บางครั้งป้าจ๋ามองว่าที่ป้าจ๋ารักหลานสาวคนนี้ค่อนข้างมาก อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นสายเลือด แต่ป้าจ๋ามองว่า ต่อให้ไม่ใช่สายเลือด ถ้าลองได้เลี้ยงเด็กสักคนหนึ่งอย่างใกล้ชิดเหมือนแม่เลี้ยงลูก ยังไงความผูกพันมันก็มาก่อนอยู่ดีค่ะ ป้าจ๋าอาจจะไม่เข้าใจอะไรมากเพราะว่าป้าจ่าเป็นคนโสด แต่ว่าป้าจ๋ามองว่า คนเราใช้ความผูกพันกับเวลาทำให้เราห่วงใยกัน รักกัน แล้วจะเอาอะไรมากมายนักล่ะค่ะ
เมื่อก่อนป้าจ๋าไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนักหรอกนะคะ แต่พอได้เห็นได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ป้าจ๋าก็เลยเริ่มเข้าใจถึงเหตุผลในเรื่องต่างๆค่ะ หลานสาวของป้าจ๋าก็จะค่อยๆเติบโตขึ้นทุกวันๆแล้วก็จะเรียนรู้อะไรมากขึ้น แล้วป้าจ๋าก็จะเดินไปข้างๆนะคะ นี่แหละที่เราเรียกกันว่า ครอบครัว